อันเนื่องมาจาก foword mail
Thursday, 28 January 2010
     เช้านี้ผู้เขียนได้รับ foword mail จากเพื่อนคนหนึ่ง ระบุหัวข้อ “บุคคลอันตราย(ชายสาระเลว) ช่วยกันส่งต่อเยอะๆนะคับ” ‏ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกส่งต่อมาจากหลายคนแล้ว อีเมลฉบับที่ถูกส่งมามีรูปผู้ชาย (หน้าตาดี) แนบมากับข้อความให้ระวังชายคนนี้


     ที่ต้องระวังก็เพราะชายคนนี้ชอบหลอกจีบผู้หญิงทางอินเทอร์เน็ตไปมีเพศสัมพันธ์

     ประเด็นอยู่ที่ว่า เป็นเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน และชายคนนี้มีเชื้อเอชไอวี

     ข้อความในอีเมลบอกอีกว่า น้องสาวของผู้ที่ส่งอีเมลฉบับนี้เป็นคนแรกนั้นถูกชายคนนี้หลอกไปมีเพศสัมพันธ์และขณะนี้ก็ตั้งท้องและติดเชื้อเอชไอวี

     ต้องบอกว่า ผู้เขียนอ่านอีเมลฉบับนี้ด้วยความไม่สบายใจ

     ความไม่สบายใจประการแรก เกิดจากข้อสงสัยในความน่าเชื่อถือของฟอร์เวิร์ดเมล หลายต่อหลายครั้งเราพบว่าฟอร์เวิร์ดเมลใช้เพื่อการทำลายชื่อเสียง ลดความน่าเชื่อถือ ของบุคคลที่ถูกระบุในอีเมล ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ เรามักจะได้รับอีเมลของทั้งฝ่าย “แดง” และ “เหลือง” ซึ่งมีข้อความ เนื้อหา โจมตีอีกฝ่าย บางครั้งเป็นการ “แฉ” พฤติกรรมบางอย่างของคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ

     หากผู้อ่านอย่างเราๆ เชื่อทุกอย่างตามฟอร์เวิร์ดเมล โดยไม่ได้ตรวจสอบที่มาที่ไป หรือข้อเท็จจริงเสียก่อน ก็เท่ากับว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการ “ใส่ร้ายป้ายสี” บุคคลอีเมลไปเสียแล้ว เช่น อีเมลที่ผู้เขียนได้รับการฟอร์เวิร์ดมา หากว่าชายในอีเมลไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าว แต่คนที่อ่านอีเมลฉบับนี้เชื่อไปเสียแล้วว่าเขามีพฤติกรรมอย่างที่ว่าจริง ชายคนนี้คงได้รับผลกระทบไม่น้อย

     ความไม่สบายใจประการถัดมา คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแพร่เชื้อเอชไอวี

     ในฐานะคนทำงานเรื่องเพศและเอดส์ เป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของการทำงานนี้คือ ลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ เน้นการใช้ถุงยางเพื่อการป้องกันตัวเอง

     ซึ่งต่อมาเราก็พบอุปสรรคอีกว่า อคติที่คนมีต่อถุงยาง เช่น ถุงยางเป็นตัวแทนของความไม่ซื่อสัตย์ ไม่ไว้ใจกัน ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง

     อำนาจในการต่อรองก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรา “ยาก” ต่อการป้องกัน ในวัฒนธรรมแบบ “ไทยๆ” พบว่า ผู้หญิงมีอำนาจในการพูด บอก ให้คู่ ใช้ถุงยางได้น้อยกว่าผู้ชาย เพราะหากจะบอกให้คู่ป้องกันขึ้นมาก็จะถูกมองว่า “เชี่ยว”

     ที่สำคัญ การประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพลาด โดยเข้าใจว่า คนที่หน้าตาดี บุคลิกดี ดูแข็งแรง นิสัยใจคอก็ดูดี สุภาพเรียบร้อย ไม่น่าจะเป็นผู้ติดเชื้อ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เพราะแท้ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน นิสัยอย่างไร สุขภาพแข็งแรงหรือไม่ ก็ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือเปล่า เนื่องจากว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร อาชีพใด การศึกษา หน้าตา หรือฐานะอย่างไร หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้ใช้ถุงยาง ก็แปลว่ามีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

     คงเป็นเรื่องน่าเศร้า หากผู้ชายในอีเมลไม่ได้กระทำการใดๆ อย่างที่ข้อความในอีเมลแจกแจงรายละเอียด เพราะนั่น...เท่ากับเป็นการใส่ร้ายให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เกิดความอับอาย

     คงเศร้าอีกเหมือนกัน หากชายในอีเมลกระทำการดังที่กล่าวมาจริง คือ ตั้งใจที่จะหลอกผู้หญิงไปมีเพศสัมพันธ์เพื่อแพร่เชื้อเอชไอวี

     แต่จะน่าเศร้ายิ่งกว่า หากว่าผู้หญิงที่ถูกชายดังกล่าวหลอกไปมีเพศสัมพันธ์ไม่มีอำนาจในการต่อรองเรื่องการใช้ถุงยาง หรือเลือกที่จะไม่ป้องกันเพียงเพราะคิดว่าชายที่เธอมีเพศสัมพันธ์ด้วยหน้าตาดี ดูแข็งแรง ไม่น่าจะมีเชื้อ เนื่องจากความเชื่อ มายาคติ ที่สังคมบอกว่า “เอดส์” คือคนที่ตัวดำ มีแผล มีตุ่ม ผอมแห้งแรงน้อย เลยไม่คิดว่า คนที่สวยหล่อ แข็งแรง ดูดี ก็มีโอกาสมีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกายเหมือนกัน

     ถึงเวลาหรือยัง ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเอดส์ จะเลิกใช้คำว่า “เชื้อเอดส์” เพราะเอดส์เป็นกลุ่มอาการอันเนื่องมาจากการติดเชื้อเอชไอวี ไม่ใช่เชื้อโรค

     ถึงเวลาหรือยัง ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเอดส์ จะเลิกรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ด้วยการให้ภาพที่น่ากลัว เช่น อาการป่วยเอดส์ แก่คนในสังคม เพราะทำให้เกิดการรังเกียจผู้ติดเชื้อก่อให้เกิดปัญหาการอยู่ร่วม และทำให้คนไม่ป้องกันเนื่องจากคิดว่า คนที่เรานอนด้วยไม่ได้เป็นเหมือนภาพที่ “เขา” รณรงค์ ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกว่าจะติดเชื้อ ไม่ต้องใช้ถุงยางก็ได้

     และถึงเวลาหรือยังที่ “เรา” จะต้องพูดข้อเท็จจริงว่า “เอชไอวีป้องกันได้ เอดส์รักษาได้” เพื่อให้สังคมเห็นความแตกต่างระหว่าง “เอชไอวี” และ “เอดส์” อันจะนำมาสู่การป้องกันสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อหรือทราบผลเลือดว่าติดเชื้อแล้วเข้าสู่ระบบการรักษา เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยล้มตาย

     ยังไม่สายเกินไป หาก “เรา” จะรณรงค์เรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกัน

ธิติพร  ดนตรีพงษ์

Last Updated ( Friday, 29 January 2010 )