วันเอดส์โลก(อีกครั้ง)
Friday, 27 November 2009

สมวงศ์  อุไรวัฒนา  มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

เอดส์โลกปี 2009 มีคำขวัญใหม่แล้ว หลังจากใช้คำขวัญเหมือนเดิมตั้งแต่ปี 2005 – 2008 Stop AIDS Keep the promises 4 ปีเต็ม ๆ 

 ปี 2009 คำขวัญใหม่ก็คือ Universal Access and Human Rights เอามาแปลแบบไทย ๆของกระทรวงสาธารณสุข ก็กลายเป็น”ทั่วถึงเท่าเทียมคือสิทธิมนุษยชน”

แต่ผมอยากจะแปลแบบตรง ๆ ว่า  คือ การเข้าถึงอย่างครอบคลุมในทุกด้านเป็นสิทธิของทุกคน ไม่แบ่งแยกชนชั้น เพศ เชื่อชาติ ศาสนา วัย สถานภาพ ฯลฯ
 เรื่องเอดส์  เรื่องอะไรบ้างละที่คนต้องเข้าถึงอย่างครอบคลุม และเป็นสิทธิของทุกคน?

 เป้าหมายในการทำงานเอดส์มี 2 เรื่องคือ  ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวี
 การจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่  จำเป็นต้องให้คนทุกเพศทุกวัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เข้าถึงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัยหรือเข็มที่สะอาดในกรณีผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด โดยไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น เยาวชน ผู้หญิง ผู้ชาย ผู้สูงอายุ คนรักเพศเดียวกัน คนโสด คนยากจน โดยไม่ถูกกีดกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมจากอคติต่าง ๆ หรือกฏหมาย

 การจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่  จำเป็นต้องให้คนทุกเพศทุกวัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารตลอดจนได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้ทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นในการป้องกันตนเอง  
 

การลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายเอชไอวีรายใหม่ จำเป็นต้องมีบริการที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่าย ๆ  ไม่วาจะเป็นบริการปรึกษา บริการตรวจเลือดโดยสมัครใจ โดยไม่ถูกกีดกันด้วยอายุหรือข้ออ้างทางวัฒนธรรม

นี่คือตัวอย่างการเข้าถึงอย่างครอบคลุมในทุกด้านเป็นสิทธิของทุกคน เพื่อการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวี
การพัฒนาคุณภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จำเป็นต้องให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานได้ง่ายและทั่วถึงคลอดจนรับบริการที่เคารพสิทธิของผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด

 การพัฒนาคุณภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จำเป็นที่ต้องให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นด้านอนามัยเจริญพันธ์ ความสุขทางเพศ เข้าถึงโอกาสทางสังคมเหมือนทุกคน เช่นการมีลูก การมีคู่ใหม่ โดยไม่ถูกกีดกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมจากอคติต่าง ๆ

 เป็นที่น่ายินดีว่า ประเทศไทยมีความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดการ “เข้าถึงอย่างครอบคลุมในทุกด้าน  ถึงแม้ว่าจะยังไม่สำเร็จไปทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็มีความพยายามและความสำเร็จในระดับหนึ่ง

 การเข้าถึงอันแรกก็คือ เพียงแต่คุณเป็นคนไทยมีเลข 13 หลัก ถ้าคุณมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี คุณมีสิทธิที่จะได้รับคำปรึกษาและการตรวจเลือดเอชไอวีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปีละ 2 ครั้งสำหรับโรงพยาบาลที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ใดก็ได้ เพื่อให้เข้าถึงบริการได้ง่าย และที่สำคัญไม่จำกัดด้วยว่าคุณจะใช้สิทธิข้าราชการหรือประกันสังคม เสียดายแต่ว่า  ด้วยระเบียบของแพทย์สภา เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปียังไม่ได้รับสิทธิอันนี้ยกเว้นได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

 การเข้าถึงประการต่อมา ถ้าคุณติดเชื้อเอชไอวี  สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับก็คือ บริการการตรวจหาระดับภูมิต้านทาน สิทธิได้รับยาต้านไวรัสเมื่อจำเป็น ได้รับการป้องกันและรักษาโรคฉวยโอกาสทุกโรค ได้รับการตรวจร่างกายตามมาตรฐานการรักษาเอชไอวี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และอยู่ในทุกสิทธิของประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นราชการ ประกันสังคมหรือสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเรามีสิทธิที่จะได้รับการรักษาความลับ

 นี่เป็นตัวอย่างของการเข้าถึงอย่างครอบคลุมในเรื่องเอดส์ ภายใต้ความก้าวหน้าของวิทยการในยุคสมัยปี 2009 ว่า “เอดส์รู้เร็ว รักษาได้”

 และนี่แหละ ความสำคัญของ Universal Access and Human Rights