Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

การดูแลเด็กติดเชื้อที่ป่วย

Read more...
 

การป้องกัน

เอชไอวี .. ไม่เท่ากับ..เอดส์

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow บทความ arrow เรื่องเราอยากเล่าให้ฟัง arrow วิทยุชุมชน ประชาชน เสรีภาพการสื่อสาร
วิทยุชุมชน ประชาชน เสรีภาพการสื่อสาร PDF Print E-mail
Sunday, 19 March 2006
2 มีนาคม 2549
 
ภายหลังสถานการณ์ค้น เข้ายึดเครื่องส่งวิทยุชุมชนรวมถึงการออกหมายจับนายเสถียร จันทร ผู้อำนวยการ / ผู้ประสานงานจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนเกษไชโย คลื่นความถี่ 106.25 เมกะเฮิรตซ์จังหวัดอ่างทองโดยตั้งข้อกล่าวหาในการจับกุมครั้งแรก 9 ข้อและต่อมาเหลือเพียง 2 ข้อกล่าวหาคือ 1.) มี/ใช้เครื่องส่งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.)ออกอากาศวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 ศาลจังหวัดอ่างทองได้มีคำพิพากษาตัดสินให้มีความผิดตามข้อกล่าวหาโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี

คดีวิทยุชุมชนอ่างทองเป็นการแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งกันเองของนโยบายรัฐบาลเห็นได้จากการดำเนินการวิทยุชุมชนอ่างทองนั้นเป็นไปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและมติคณะรัฐมนตรี แต่ศาลจังหวัดอ่างทองกลับลงความเห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีนั้นไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย

ผลกระทบจากคำพิพากษาของศาลจังหวัดอ่างทอง ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติและเป็นกรณีศึกษาแรกเกี่ยวกับวิทยุชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้มิใช่จะเกิดกับจุดปฏิบัติการเรียนรู้เกษไชโยจังหวัดอ่างทองเท่านั้นแต่ยังส่งผลโดยตรงต่อจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนอื่นๆที่อาจต้องถูกสั่งปิดไปโดยปริยาย

หลังจากศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาตัดสินเพียงวันเดียว วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้มีหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจขอให้ระงับการจัดตั้งและดำเนินการสถานีวิทยุชุมชนโดยมิชอบด้วยกฎหมายทั่วประเทศ สาเหตุหลักๆก็คือการแพร่กระจายคลื่นแปลกปลอมก่อให้เกิดการรบกวนเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการควบคุมการบินและเป็นอุปสรรคในการติดต่อสื่อสาร

นอกจากนี้ยังใช้พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม 2498 มาเป็นมาตรฐานหลักในการสั่งปิดวิทยุชุมชนทั้งๆที่ปัจจุบันเรามีรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 รวมทั้งยังมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมที่บัญญัติขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2543 จนถึงวันนี้ กระบวนการสรรหา แต่งตั้ง กสช.ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุปัญหากระบวนการสรรหาที่ไม่โปร่งใส เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนและอีกหลายเรื่องที่ทำให้เกิดผลกระทบกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางการสื่อสารที่ภาคประชาชนมีสิทธิความเป็นเจ้าของ

แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะให้เสรีภาพแก่ประชาชนแต่กลับกันในทางปฏิบัตินั้นไม่มีเครื่องมือที่จะสนับสนุนให้เสรีภาพนี้เป็นจริงแต่อย่างใด การถูกอำนาจรัฐจำกัดควบคุมเสรีภาพการสื่อสาร การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ที่จะแสดงความคิดเห็น

สภาพการณ์วิทยุชุมชนที่ขณะนี้เมื่อยังไม่มี กสช. เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลจัดสรรคลื่นความถี่รวมไปถึงเงื่อนไขต่างๆที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ของวิทยุชุมชนให้มีความชัดเจนขึ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดการฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากสูญญากาศนี้ การสั่งปิดวิทยุชุมชนทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 3,000 แห่งหลังจากนั้นจะให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่โดยให้เหลือเพียง 1,500 แห่ง โดยมีเงื่อนไขคือต้องไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์และดำเนินการภายใต้ระเบียบของกรมประชาสัมพันธ์

แม้ปัจจุบันโลกของเราจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นมีการพัฒนาให้เกิดช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย แต่สุดท้ายคลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ได้อย่างไม่จำกัดและเป็นสมบัติของคนทั้งชาติก็ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่รายมิหนำซ้ำยังผู้ขาดเอาไว้เองเพื่อผลประโยชน์ของตน กอบโกยกันไม่หยุดไม่หย่อน ผลพวงจากการกระทำเช่นนี้ยังก่อให้เกิดการปิดกั้นข้อมูลความรู้ ข่าวสารบ้านเมืองที่รอบด้านเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทย

การกระทำเช่นนี้ของกทช.และกรมประชาสัมพันธ์อาจนำไปสู่การลิดรอนสิทธิประชาชนและดูเหมือนพยายามที่จะให้ช่องทางการสื่อสารโดยวิทยุชุมชนนี้เป็นเพียงกระบอกเสียงของรัฐบาลเท่านั้น ปัญหาการแต่งตั้งกสช.ยังไม่แล้วเสร็จเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการให้กฎหมายและการปฏิบัติตามกรอบรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2543 นำมาใช้ได้จริง

คำถามก็คือการที่ประชาชนดำเนินการตามนโยบายแล้วเกิดปัญหาทำให้มีความผิดเช่นแล้ว ผู้กำหนดนโยบายก็ควรจะร่วมรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นกันใช่หรือไม่? อย่างนี้แล้วความน่าเชื่อถือต่อผู้กำหนดนโยบายยังจะมีอยู่หรือไม่ ใครจะกล้าปฏิบัติตามนโยบายเหล่านั้นเพราะหากเกิดปัญหาขึ้นคนผิดกลับเป็นประชาชนมิใช่รัฐบาล
 
ที่มา :พี่ต่าย.. Access
 
< Prev   Next >