Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

การดูแลตนเองและสังคมเมื่อรักษาด้วยยาต้านฯ

Read more...
 

การป้องกัน

จะดูแลผู้ป่วยเอดส์ที่บ้านอย่างไร

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow บทความ arrow เรื่องเราอยากเล่าให้ฟัง arrow เปิดศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” หวังคนเข้าถึงบริการด้านเอชไอวี/เอดส์ มากขึ้น
เปิดศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” หวังคนเข้าถึงบริการด้านเอชไอวี/เอดส์ มากขึ้น PDF Print E-mail
Thursday, 31 May 2012
 

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ณ ที่ทำการศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา บุรณศิริ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

    นายวิทยา บุรณศิริ กล่าวว่า การมีศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” นี้ นับว่าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนที่รัฐบาลเห็นความสำคัญและจัดบริการให้เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาเรื่องเอชไอวี/เอดส์ เพราะเมื่อประชาชนเข้าถึงบริการปรึกษาและได้รับการรักษาโดยเร็วก็จะช่วยให้เกิดการป้องกันซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่  

ในขณะเดียวกันผู้ที่ติดเชื้อแล้วก็จะเข้าถึงบริการรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่เจ็บป่วย ไม่เสียชีวิต  
ดังนั้น ศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์”จึงถือเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจรักษาเรื่องเอชไอวี/เอดส์ได้เร็วขึ้น  อย่างไรก็ตาม ในการคลี่คลายปัญหาเอดส์ให้ลุล่วงและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน หน่วยบริการต่างๆ ทั้งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประสานความร่วมมือ รับช่วงต่อจากศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” ในการให้บริการประชาชน และพัฒนาระบบการรับและส่งต่อผู้รับบริการที่ได้รับการปรึกษาจากศูนย์ 1663 แล้วให้มีความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงการตรวจรักษา รวมถึงพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานให้มีความรู้ ความเข้าใจ ให้บริการด้วยความเป็นมิตรและรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้วยความสะดวกรวดเร็วและสบายใจ


     นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” เกิดขึ้นจากแนวคิดและความร่วมมือขององค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคนทำงานด้านเอดส์ ที่ต้องการให้ประชาชนข้าถึงบริการปรึกษาเรื่องเอชไอวี/เอดส์เพื่อลดปัญหาดังกล่าวในระดับประเทศ ทั้งนี้ สถานการณ์เรื่องเอดส์ในประเทศไทยพบว่า ไทยมีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ราว 500,000 ราย แต่มีเพียง 2 แสนรายเท่านั้นที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ในขณะที่อีก 3 แสนรายที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษานั้นมีทั้งกลุ่มคนที่ไม่ทราบว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มคนที่อาจจะประเมินได้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงแต่ไม่กล้าไปรับบริการปรึกษาและตรวจเลือดที่หน่วยบริการ และกลุ่มคนที่อาจจะทราบผลเลือดของตัวเองแล้วแต่ไม่มีข้อมูลเรื่องการดูแลรักษา ดังนั้น การมีศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” จึงจะช่วยให้ประชาชนทั้งสามกลุ่มมีทางออกในการจัดการปัญหาและวางแผนดูแลสุขภาพของตัวเองได้ไม่ว่าจะติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ก็ตาม

       ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ประธานกรรมการศูนย์ “1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศูนย์ “1663” เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 -20.00 น.เป็นบริการไม่ถามชื่อ และเมื่อผู้รับบริการได้รับการปรึกษาและมีความประสงค์จะตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวีก็สามารถนำรหัสที่ได้จากศูนย์ 1663  ไปรับบริการยังหน่วยบริการได้โดยที่หน่วยบริการจะประเมินความพร้อมเบื้องต้นต่อจากที่ศูนย์ 1663  อีกครั้ง ซึ่งในอนาคตทางศูนย์จะประสาน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการปรึกษาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยบริการซึ่งทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการเรื่องการตรวจรักษาเอชไอวี/เอดส์มากขึ้น

Last Updated ( Thursday, 31 May 2012 )
 
< Prev   Next >