Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

รู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อแล้ว

Read more...
 

การป้องกัน

หลักการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อ

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow บทความ arrow เรื่องเราอยากเล่าให้ฟัง arrow เปลี่ยนได้ละมั้ง เรื่อง “กลุ่มเสี่ยง” เนี๊ยะ
เปลี่ยนได้ละมั้ง เรื่อง “กลุ่มเสี่ยง” เนี๊ยะ PDF Print E-mail
Tuesday, 29 March 2011

“กลุ่มเสี่ยง” คืออะไร คำตอบคือ กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับ-ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี  และหากถามว่า “หมายถึงใครบ้าง” แน่นอนละไม่ใช่ผม เพราะผมไม่ใช่ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) หรือ ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีการฉีด (IDU) หรือ พนักงานบริการทางเพศ (SW) ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกระบุว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยงสูงสุด” (Most At Risk Populations/ MARPs)

     ผมเคยมีคำถามทีเล่นทีจริงว่าใน “กลุ่มเสี่ยงสูงสุด” นี่ “กลุ่มไหนเสี่ยงมากที่สุด” ถามเล่นๆ แต่กลับมีคำตอบให้จริงๆ ผมจะไม่เฉลยแต่ให้ลองเดากันเอาเองนะครับ

     ถามว่า “ทำไมเราถึงคิดว่าคนกลุ่มนี้เสี่ยง” คำตอบคือ เพราะมีหลักฐานทางระบาดวิทยาระบุว่าคนกลุ่มนี้มีอัตราการรับ-ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีสูงกว่าคนกลุ่มอื่นๆ

     ถามว่า “จริงไหม” ? คำตอบคือ ก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด  เพราะองค์ความรู้ทางระบาดวิทยา เป็นความรู้แบบหนึ่งเท่านั้น ที่มุ่งหาช่องทางของการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เพื่อรวบรวมหลักฐาน ทำการกำจัด และเฝ้าระวัง

     ถามว่า แล้วมาพูดเรื่อง “กลุ่มเสี่ยง” หรือ “กลุ่มเสี่ยงสูงสุด” กันอีกทำไม ในเมื่อมันเป็นความจริงและมีหลักฐานชัดเจน มี “อีวีเดนส์เบส” (evidence based) เชียวน่ะ

คำตอบคือ
     1) “เพราะคนไม่ใช่เชื้อโรคน่ะสิ” การมองคนคล้ายๆ กับการมองเชื้อโรค เป็นวิธีมองที่รับได้ไหมล่ะ
     2) การมองแบบ “กลุ่มเสี่ยง” หรือ “กลุ่มเสี่ยงสูงสุด” เป็นวิธีมองแบบเหมาเข่ง ทำให้คิดกันไปได้ว่า คนทุกกลุ่มมีพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตเหมือนกันไปหมดทุกคน
     3) นอกจากเหมารวมแล้ว ยังเป็นการเหมารวมในทำนองร้ายด้วย ว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่มีปัญหา (แบบว่า ไม่รับบริจาคเลือด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง) นั่นยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้ดูแลและป้องกันตนเองได้ยากยิ่งขึ้น
     4) ทำให้คนกลุ่มอื่นๆ ที่มีพฤติกรรมความเสี่ยง แต่ไม่คิดว่าตนเองเป็นคนในกลุ่มเสี่ยง(สูงสุด) ข้างต้น ละเลยที่จะดูแลตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นคนทำงานก็ละเลยที่จะทำงานกับคนกลุ่มอื่นๆ เพราะมัวแต่มุ่งทำงานกับกลุ่มเสี่ยงสูงสุด
     5) มุมมองแบบกลุ่มเสี่ยง ทำให้มองว่า “คนกลุ่มนี้เป็นปัญหา” เป็นอันตราย ซึ่งไม่ได้เป็นการเสริมพลังให้เขาดูแลตนเอง แต่กลับเป็นการพยายามไปควบคุม และจำกัดเขาอีกต่างหาก

ถามว่า “อะไรคือความเสี่ยงต่อการรับ-ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี”คนจำนวนมากพอรู้ว่า ความเสี่ยงคือ 1) การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ที่ไม่ได้ป้องกัน 2) การใช้เข็มร่วมกัน และ 3) การร่วมเลือด โดยทั้ง 3 ช่องทางเป็นการกระทำร่วมกับคนที่มีเชื้อเอชไอวี

แล้ว “ใครเสี่ยงบ้าง” คำตอบคือ ก็ทุกคนที่มีพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตบนความเสี่ยง 3 ช่องทางข้างต้น

แล้วเราจะมี“วิธีมอง หรือแก้ปัญหาเอดส์กันอย่างไร ?” คำตอบคือ
     1) มองว่า “เอดส์เป็นปัญหาของทุกคน เป็นเรื่องของทุกคน” ที่ต้องดูแลป้องกันตนเอง เพราะทุกคนมีโอกาสมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเช่นนั้นได้
     2) ไม่มองแบบเหมาเข่งว่า “ทุกคนมีปัญหาเหมือนกันหมด” แต่ต้องดูว่า แต่ละคน แต่ละกลุ่มมีโอกาสเสี่ยงและมีทางเลือกในการดูแลป้องกันตนเองที่แตกต่างกัน
     3) ต้องมองลึกลงไปอีกว่า อะไรทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถดูแลและป้องกันตนเองได้ เช่น รูปแบบการดำเนินชีวิตทางเพศ ที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม การถูกมองและให้ค่าว่าอันตรายและเสี่ยง เพราะเป็นเพศสัมพันธ์ของเพศเดียวกัน (MSM) เพศสัมพันธ์ในการซื้อขายบริการ (SW) เป็นเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร (วัยรุ่น) เป็นเพศสัมพันธ์ตามหน้าที่ (ผู้หญิง) ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่าเป็นเพศวิถีที่ขาดพลังอำนาจในการดูแลและจัดการเรื่องเพศของตนเอง
 เหล่านี้แหละเรียกว่า “ความเปราะบาง” ที่ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถดูแลและป้องกันตนเองให้มีเพศสัมพันธ์ที่ดี ปลอดภัย และมีความสุขได้ ทำให้เขามีโอกาสเสี่ยงต่อการรับ-ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี แต่ไม่ใช่เพราะว่า เขาเป็นคนกลุ่มนั้น กลุ่มนี้

ดังนั้นคำถามสุดท้ายว่า เปลี่ยนได้ละมั้ง เรื่อง “กลุ่มเสี่ยง” เนี๊ยะ คำตอบน่าจะเป็นอะไรดีครับ


โดยนิวัตร สุวรรณพัฒนา
หนังสือพิมพ์เสียงสิทธิ สัมมนาระดับชาติเรื่องเอดส์ครั้งที่ 13 วันที่ 29-31 มีนาคม 2554

 
< Prev   Next >