Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

ติดเชื้อแล้วควรบอกให้ครอบครัวรู้หรือไม่

Read more...
 

การป้องกัน

เอชไอวี .. ไม่เท่ากับ..เอดส์

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow บทความ arrow เรื่องเราอยากเล่าให้ฟัง arrow เขาจะตรวจเลือดเอชไอวีเมื่อสมัครเรียนต่อไหม?
เขาจะตรวจเลือดเอชไอวีเมื่อสมัครเรียนต่อไหม? PDF Print E-mail
Wednesday, 02 March 2011

     ผมได้รับโทรศัพท์จากน้องคนหนึ่งที่ทำงานกับเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีว่า  น้องถามว่าอยากเรียนต่อพยาบาล ต้องมีการตรวจเลือดเอชไอวีหรือไม่  ปรากฏว่าให้คำตอบกับเด็กไม่ได้ทั้งน้องและพยาบาลพี่เลี้ยง เพราะไม่แน่ใจในการปฏิบัติ

      ช่วงนี้เป็นช่วงเทอมสุดท้ายและน้อง ๆ ที่มีเชื้อเอชไอวีจำนวนมากต้องมาหาสถานศึกษาใหม่โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา และจำนวนมากก็กังวลใจว่าจะเอายังไงกันดีกับชีวิตภายภาคหน้า และเรื่องการตรวจเลือดก่อนเข้าเรียน เจอกันทุกปี เดี๋ยวที่นั่น ที่นี่

      เอาโดยหลักการก่อนก็แล้วกัน

      “สิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์” ของสำนักอัยการสูงสุดที่ต้องการคุ้มครองและได้ดำเนินการในทุกจังหวัด โดยมีอัยการจังหวัดมีหน้าที่เผยแพร่และคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ให้กับประชาชน ได้ระบุสิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ๑๐ ข้อคือ

   1. สิทธิในความเป็นส่วนตัว(The Right to Privacy)
   2. สิทธิในการไปไหนมาไหนและความปลอดภัยสิทธิใน การย้ายถิ่นฐาน (Right to Liberty and Security/Freedom of Movement)
   3. ความเป็นอิสระจากการปฏิบัติหรือการลงโทษอย่างไร้มนุษยธรรมและต่ำทราม (Freedom from lnhuman and Degrading Treatment of Punishment)
   4. สิทธิในการทำงาน (Right to Work)
   5. สิทธิในการศึกษา (Right to Education)
   6. สิทธิด้านการสวัสดิการและการให้บริการทางสังคม (Right to Social Security and Services)
   7. สิทธิในการได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน (Right to Equal Protection of the Law)
   8. สิทธิในการสมรสและการมีครอบครัว(Right to marriage and Family Life)
   9. สิทธิการรับการรักษาและดูแล (Right to Treatment and Care)
  10. สิทธิในการกำหนดชีวิตของตนเองของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ(Right to Self-Determination of Affected Groups)

     จะขอพูดข้อที่เกี่ยวข้องก็คือ ข้อที่ 5 สิทธิในการศึกษา (Right to Education)ว่า มีการระบุไว้อย่างไร

      สิ่งที่ห้ามกระทำ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในการศึกษา ๒ ข้อคือ
     1. การกีดกันหรือตัดโอกาสทางการศึกษาต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
     2. การบังคับให้ตรวจเลือดโรคเอดส์ อันเป็นเงื่อนไขขั้นต้นในการรับเข้าสถานศึกษา

จะเห็นว่ากระทำไม่ได้ไม่ว่าจะสถานศึกษาไหนก็แล้วแต่

      ลองเข้าไปดูที่คุณสมบัติเฉพาะผู้ที่จะสอบเข้าเรียนต่อ ซึ่งขอยกตัวอย่างผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในสาขาแพทย์ เพราะว่า พยาบาล เภสัช ฑันตแพทย์ ก็เหมือนกัน ระบุไว้ว่า

      ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาแพทยศาสตร์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
           5.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
           5.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิก ภาพ แปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อัน เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 
           5.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง 
           5.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ )
- โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตวายเรื้อรัง

     ถ้าพิจารณาทั้งหมดแล้ว ก็จะเห็นว่า การติดเชื้อเอชไอวีไม่ได้เป็นข้อห้ามใด ๆ ทั้งสิ้น
     อันนี้เป็นหลักการ คราวนี้มาดูการปฏิบัติจริง
     เมื่อมีการศึกษาต่อ น้อง ๆก็จะถูกตรวจสุขภาพ และบางทีก็มีการตรวจเลือดด้วย ความไม่สบายใจ ระแวงก็เกิดขึ้นได้ว่า จะมีการตรวจเอชไอวีด้วยหรือไม่??

      ทางออกก็คือ ถามสถาบันโดยตรงเลยว่า การตรวจเลือดนี้ตรวจอะไรบ้างให้ระบุ เพราะว่าเป็นสิทธิของเราที่เราจะรู้และอนุญาตว่าจะตรวจหรือไม่ ทางสถาบันไม่สามารถอ้างเป็นเงื่อนไขบังคับได้

      แต่ถ้าเกิดมีบางสถาบันเกิดนึกทะลึ่ง(ทะลึ่งด้วยสาเหตุอะไรก็ช่างเถอะ) บอกว่าจะต้องตรวจเอชไอวีด้วย แล้วพยายามยกข้ออ้างสารพัด ระเบียบ ความเหมาะสมอะไรก็สุดแล้วแต่ ต้องตรวจเลือดเอชไอวีให้ได้  ต้องทำอย่างไร?

     ตามประสบการณ์ที่พบ หน่วยงานราชการมีกฎหมายคุ้มครองห้ามละเมิดเด็ดขาด แต่ในทางปฏิบัติก็แอบ ๆ ทำกันอยู่แบบแนบเนียน (เหมือนกับนักเรียนท้องไง ตามระเบียบห้ามเอาให้ออก แต่ในทางปฏิบัติอีกเรื่อง) ถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ข้อเสนอก็คือ ให้ทำการร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิ และถ้าเป็นไปได้  ให้สถาบันการศึกษาช่วยออกเอกสารอะไรก็ได้ ที่เป็นหลักฐานได้ว่า ต้องตรวจเอชไอวีด้วย  เพื่อที่จะเป็นหลักฐานชัดเจน การร้องเรียนก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตนเองว่าเราเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ถ้าไม่รู้จะร้องที่ไหนก็ลองติดต่อที่มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ โทรศัพท์ ๐๒ – ๑๗๑๕๑๓๕ – ๖

      อยากเรียนต่อ ก็ต้องได้เรียน จริงไหมครับกระทรวงศึกษาฯ

          สมวงศ์  อุไรวัฒนา
          มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ 

Last Updated ( Wednesday, 02 March 2011 )
 
< Prev   Next >