Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

คำประกาศสิทธิผู้ป่วย

Read more...
 

การป้องกัน

เอชไอวี .. ไม่เท่ากับ..เอดส์

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow บทความ arrow เรื่องเราอยากเล่าให้ฟัง arrow Viral clip กับการสื่อสารเรื่องเพศและเอดส์
Viral clip กับการสื่อสารเรื่องเพศและเอดส์ PDF Print E-mail
Saturday, 02 January 2010
     สื่อประเภท Viral clip กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากลงทุนไม่มากแต่ถ้าถูกช่อง ถูกจังหวะ ก็จะได้ผลตอบรับค่อนข้างแรงทีเดียว เรียกว่าสามารถสร้าง “กระแส” ให้เกิดขึ้นในสังคมได้ในชั่วข้ามคืน

ตัวอย่างคือ คลิปของ ซูซาน บอยล์ ที่มีผู้เข้าชมมากกว่าสี่พันสามร้อยล้านครั้งทั่วโลกในเวลาเพียง 1 สัปดาห์หลังจากโพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทูป

     อย่างไรก็ตาม การจะทำให้ Viral clip ได้รับความนิยมจนเกิดกระแสในสังคมได้นั้น จำเป็นที่จะต้องทำให้ Viral clip ที่ว่า มีความน่าสนใจมากพอที่จะทำให้คนที่ได้รับ Viral clip นั้นดูแล้วอยากที่จะส่งต่อ กรณีคลิปของซูซาน บอยล์ นั้น ความน่าสนใจอยู่ที่ความสามารถในการร้องเพลงอันล้นเหลือที่ขัดแย้งกับรูปลักษณ์ของเธออย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คนที่ได้ดูคลิปที่เธอร้องเพลงอยากที่จะส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้ดูด้วย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่า ถึงจะไม่สวย ไม่หล่อ อายุมาก บุคลิกไม่ดี ก็สามารถเป็นนักร้องได้ หากมีความสามารถพอ
 
    ที่นี้มาว่ากันเรื่องการสื่อสารเรื่องเพศและเอดส์กับการใช้ Viral clip
 
    ว่ากันตามจริงแล้ว Viral clip มีความน่าสนใจหากจะใช้เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพราะต้นทุนการผลิตน้อยและสามารถทำให้เกิดกระแสในสังคมได้อย่างกว้างขวาง แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือการใส่ประเด็น ใส่เนื้อหาที่จะทำให้ Viral clip มีความน่าสนใจ ภายใต้เงื่อนไขของ Viral clip ด้านเวลาในการนำเสนอที่ต้องสั้น กระชับ

     หลายครั้งพบว่า เมื่อ Viral clip ที่ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อสารเรื่องเพศและเอดส์ มักจะนำเฉพาะมุมเรื่อง“เพศสัมพันธ์” มาใช้เพื่อให้ Viral clip มีความน่าสนใจ

     โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่า การหยิบมุมเรื่องเพศสัมพันธ์มาใช้เพื่อให้คนเข้าใจเรื่องเพศและเอดส์นั้นแม้จะเป็นการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนด้านเนื้อหา แต่ก็พออะลุ้มอล่วยได้หากจะทำให้คนทั่วไปเข้าใจข้อเท็จจริงเรื่องโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีอันเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน เพราะข้อมูลจากสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (30 กันยายน2552)พบว่า  ผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์สูงถึงร้อยละ 84.15 เป็นเพศชายรักต่างเพศ ร้อยละ 56.63 และเป็นหญิงรักต่างเพศ ร้อยละ 27.52 รองลงมาเป็นผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดร้อยละ 4.47 กลุ่มที่ติดเชื้อจากมารดา พบร้อยละ 3.73 กลุ่มรับเลือดร้อยละ 0.03 กลุ่มที่ไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง และอื่นๆ ร้อยละ 7.62

     อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในมุมเพศสัมพันธ์ที่นำเสนอจะต้องไม่แฝงอคติทางเพศและทัศนะด้านลบต่อการใช้ถุงยาง เป็นต้นว่า ถุงยางเป็นเรื่องสำหรับคนหลายใจ เป็นเรื่องเฉพาะเพศชาย และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงในมุมเอ็กซ์ เซ็กซี่ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า ผู้หญิงเป็นได้เพียงเครื่องรองรับอารมณ์ทางเพศ และอาจคิดต่อไปได้อีกว่า ถ้าอยากให้ผู้ชายมาสนใจ ผู้หญิงก็ต้องเอ็กซ์และเซ็กซี่เข้าไว้

     หากสื่อที่ต้องการนำเสนอเนื้อหาเพื่อรณรงค์ให้คนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวียังคงวนเวียนแต่เรื่องเพศที่แฝงอคติดังกล่าว ก็อาจเป็นไปได้ว่า คงไม่มีใครอยากใช้ถุงยางเพื่อการป้องกัน เพราะ “ฉัน” ไม่ใช่คนหลายใจ เพราะ “ฉัน” เป็นผู้หญิง เรื่องถุงยางไม่เกี่ยวกับฉัน หรือเพราะฉันเป็นผู้หญิงมีหน้าที่รองรับอารมณ์ทางเพศ ไม่ควรต่อรองเรื่องการป้องกันตัวเอง ฯลฯ

     ต้องยอมรับว่า “สื่อ” มีอิทธิพลต่อคน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อรณรงค์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงต้องหยิบข้อดีของสื่อแต่ละประเภทมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเลือกเนื้อหาให้เหมาะกับสื่อประเภทนั้นๆ โดยเฉพาะเรื่องเพศและเอดส์ การจะสื่อสารอะไรออกไปยิ่งต้องตระหนักว่า เรากำลังทำงานรณรงค์ ซึ่งหมายถึงการหวังผลในระยะยาว มิใช่แค่การประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดกระแสเพียงวูบหนึ่งแล้วก็ลอยหายไปกับสายลม

ธิติพร  ดนตรีพงษ์
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

Last Updated ( Saturday, 02 January 2010 )
 
< Prev   Next >