Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

เตรียมความพร้อมในการกินยาต้านฯ

Read more...
 

การป้องกัน

หญิงมีครรภ์กับความเสี่ยง

Read more...
 
You're here:หน้าแรก arrow คลังข่าว arrow ติดเชื้อแล้วควรบอกให้ครอบครัวรู้หรือไม่
PDF Print E-mail
Thursday, 20 April 2006

ติดเชื้อแล้วควรบอกให้ครอบครัวรู้หรือไม่

บอกหรือไม่บอก หรือจะบอกเมื่อไรดี คงไม่มีใครกำหนดหรือบังคับได้ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความพร้อมและการตัดสินใจของผู้ติดเชื้อแต่ละคนมากกว่า เพราะชีวิตของแต่ละคนย่อมมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป

การบอกว่าติดเชื้อเอดส์คงมีความหมายหลายอย่างมากเพราะ...
การที่รู้ว่าใครติดเชื้อเอชไอวีจะเป็นการตีความให้คุณค่าของคนๆ นั้น ในเรื่องพฤติกรรมว่าไปทำอะไรมา การติดเชื้อเอชไอวีในคนที่ยังเป็นโสด สังคมอาจจะตีความว่าแอบไปทำอะไรที่ไม่ดีมา มีเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร ถ้าเป็นผู้หญิงยิ่งเป็นเรื่องที่เสียหายมาก และในกรณีของคนที่มีคู่อยู่แล้ว นั่นหมายถึงการนอกใจ การมีอะไรกับคนอื่น

เรื่องเหล่านี้มีผลต่อความสัมพันธ์ต่อความรู้สึกที่มีต่อกัน เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันให้มาก เพราะไม่ได้เพียงเรื่อง "โรค" แต่เป็นเรื่องทัศนคติต่อพฤติกรรมในเรื่องเพศด้วย 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเข้าใจเรื่องเอชไอวี/เอดส์อีก ซึ่งทุกคนในสังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิดมาจนเกิดความกลัว กลัวการติดต่อ กลัวติดเชื้อเอชไอวีแล้วต้องตายอย่างน่าเกลียด น่ากลัว เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ซึ่งส่งผลต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมาก ๆ

ดังนั้น...การที่จะบอกผลเลือดให้ใครรู้จึงเป็นเรื่องที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่กังวลและต้องชั่งน้ำหนักในใจก่อนตกลงว่าจะบอกใครหรือไม่ เช่น

ถ้าบอก อาจจะทำให้คนในครอบครัวเป็นทุกข์ ไม่สบายใจไปด้วย แต่อีกแง่หนึ่งก็เท่ากับช่วยให้เขาเตรียมใจยอมรับความจริง  ครั้งแรกที่บอกให้รู้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องเอชไอวี/เอดส์ดีพอ อาจทำให้รู้สึกแย่มากหรือถึงกับรังเกียจไม่ยอมรับ แต่ถ้าเราพร้อมที่จะค่อยๆชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอดส์ให้เขาเข้าใจชัดเจน เขาน่าจะรู้สึกดีขึ้นและอาจช่วยเป็นกำลังใจให้เราต่อไปได้ด้วย เพราะอย่างน้อยก็เป็นคนในครอบครัว ที่มีความรักความผูกพันต่อกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

ถ้าไม่บอก อาจจะดีตรงที่เขาไม่ต้องพลอยทุกข์ใจไปกับเรา โดยเฉพาะถ้าเขายังยอมรับเรื่องเอดส์ไม่ได้ แต่ตัวเราเองคงอึดอัด เพราะเอ่ยปากปรับทุกข์หรือปรึกษากับคนใกล้ชิดไม่ได้เลย ต้องคอยเก็บเป็นความลับตลอดเวลา ถ้าเกิดป่วยหนักขึ้นมากระทันหัน เขาก็ต้องทำใจอย่างปุปปับ ปรับความรู้สึกได้ยาก ในรายที่อยู่ในกระบวนการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ต้องกินยาตรงเวลาทุกวัน อาจจะกังวลกับการตอบคำถามว่ากินยาอะไร รวมทั้งเรื่องอื่นๆที่อาจจะเกี่ยวข้องด้วย

โดยเฉพาะกรณีที่เป็นคู่สามีภรรยา ถ้าไม่บอกให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่า ตัวเองติดเชื้อก็คงต้องหาทางออกให้ดีว่า จะป้องกันไม่ให้เขารับเชื้อจากเราได้อย่างไร รวมจนถึงเรื่องวางแผนว่าจะมีหรือไม่มีลูกต่อไปด้วย ที่ต้องยอมรับกับตัวเองก็คือ คงไม่สามารถที่จะเก็บความลับนี้ตลอดไปได้ถ้าหากตอนนี้ยังไม่พร้อมจะบอก ก็ต้องเตรียมที่จะบอกให้เขารู้ในวันข้างหน้าเมื่อเราพร้อม

ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าตัวเองพร้อมที่จะบอก ครอบครัวควรทำอย่างไรดี....

ลองเลือกบอกคนที่เราสนิทหรือไว้ใจมากที่สุดสักคนสองคนก่อน
ลองคุยหยั่งความคิดความรู้สึกเขาดูก่อนว่า พอจะยอมรับเรื่องนี้ได้ไหม เช่นพูดถึงคนอื่นที่ติดเชื้อ ถ้าเห็นว่าเขายังไม่พร้อมก็ไม่ควรรีบบอก แต่ควรให้ข้อมูลเรื่องเอชไอวี/เอดส์แก่เขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเขาเริ่มเข้าใจดี
ตัวเราเองน่าจะเข้าใจและมีข้อมูลเรื่องเอชไอวี/เอดส์มากพอที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจชัดเจนขึ้นได้ ถ้าไม่มั่นใจอาจชวนเขาไปคุยกับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาโดยตรงเลยก็ได้

Last Updated ( Tuesday, 07 July 2009 )
 
< Prev   Next >