Skip to content

 

AidsAccess  

 

การรักษา

ทำอย่างไรถ้ามีสัญญานว่าสูตรยาที่กินอยู่ไม่ได้ผล

Read more...
 

การป้องกัน

หญิงมีครรภ์กับความเสี่ยง

Read more...
 
ค่าย ” เพื่อน.. ” PDF Print E-mail
Monday, 09 June 2008

ค่าย ” เพื่อน.. ”

     เมื่อปิดเทอมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสจัดงานค่ายเพื่อการเรียนรู้ โดยเป็นการจัดค่ายเรียนรู้เรื่องเอดส์โดยไม่ต้องพูดเรื่องเอดส์

เหตุผลก็คือ เรากำลังสร้างการเรียนรู้เรื่องเอดส์ไม่ใช่เรื่องโรคเอดส์

ใครคือกลุ่มคนที่มาเรียนรู้ร่วมกันในค่ายนี้?

     ผู้เข้าร่วมในค่าย ก็มีครูในโครงก้าวย่างฯ , มีเยาวชนในโครงการก้าวย่างฯ , มีผู้ติดเชื้อ , มีเยาวชนที่ติดเชื้อ , มีครอบครัวเยาวชนที่ติดเชื้อ , มีเยาวชนที่ไม่ได้ติดเชื้อแต่ผู้ปกครองติดเชื้อ รวมแล้วเกือบร้อยชีวิต แน่นอน เป็นเยาวชนซะส่วนใหญ่

     ก่อนที่จะมาค่ายครั้งนี้ ทุกคนที่มาค่ายจะได้รับรู้ว่า มีกลุ่มไหนบ้างที่มาร่วมค่ายบ้าง ทุกคนต้องสมัครใจกันเข้าค่าย เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครมีเชื้อเอชไอวี เพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญของค่ายนี้

ประเด็นของค่ายคือ การได้เรียนรู้ชีวิตซึ่งกันและกัน เพราะโลกแห่งความจริง เราต้องอยู่ร่วมกัน

     สามวันสองคืนในค่าย กิจกรรมที่เตรียมไว้ มีหลายอย่าง เช่น วันแรก เรารู้จักกัน แบ่งกลุ่มคละกันและไปเล่นกีฬาชายหาด โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนไม่ว่าเด็กเล็กหรือเด็กโต ตอนกลางคืนก็ให้ครู ผู้ติดเชื้อ และคนในครอบครัวเยาวชนที่ติดเชื้อมาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน วันที่สอง แบ่งกลุ่มเยาวชนเข้าฐานทำอาหาร ทุกคนต้องร่วมกันกันทำทุกฐาน ไม่ว่าจะเป็นฐานทำน้ำเต้าหู้ , แกงเลียง , ขนมครกหรือทำน้ำพริก ใครมีฝีมืออะไรถนัดอะไรก็แสดงออกมาให้หมดแล้วมากินข้าวร่วมกัน ส่วนตอนบ่ายก็มีการจัดทำเจลเทียน , ฝึกสานปลาตะเพียน แล้วทุกคนก็ช่วยกันนำของที่ผลิตได้ไปเดินขายให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณนั้น เพื่อนำเงินทั้งหมดไปร่วมกันบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ , กิจกรรมเขียนความรู้สึกในสมุดบันทึกของเพื่อนในตลอดระยะเวลาที่อยู่ค่ายด้วยกัน ฯลฯ แน่นอน เราไม่มีกิจกรรมเรื่องเอดส์เลย

     ในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ ผมได้ขอคุยกับน้อง ๆ วัยรุ่น ๒ กลุ่ม ๆ ละ ๔ – ๕ คน คือ กลุ่มวัยรุ่นที่ติดเชื้อเอชไอวีและกลุ่มวัยรุ่นจากโครงการก้าวย่างฯ ว่าได้เรียนรู้อะไร

     น้อง ๆ ที่อยู่ร่วมกันกับเชื้อเอชไอวี บอกชัดเจนว่า เคยแต่เข้าค่ายที่เป็นเยาวชนที่ติดเชื้อด้วยกัน หรือไม่ก็เข้าค่ายที่โรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเราติดเชื้อ แต่เมื่อมาค่ายนี้ ตอนแรกก็กังวลใจมาก แต่แล้วก็รู้สึกดี ดีกว่าทุกค่ายที่ผ่านมา เพราะค่ายนี้ทำให้รู้สึกว่า ตนเองเหมือนเยาวชนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันเลย เมื่อก่อนเคยคิดว่า คงมีแต่การรังเกียจหรือไม่ยอมรับ ถ้ามีใครรู้เรื่องการติดเชื้อ แต่เมื่อมาค่ายนี้ ไม่มีใครสนใจเรื่องการติดเชื้อ ซึ่งทำให้รู้ว่า มีคนจำนวนมากไม่ได้รังเกียจหรือคิดอะไรกับผู้ที่ติดเชื้อ และก็ได้เรียนรู้ว่าคุณค่าของตนเองมีอยู่ในตัว ไม่ได้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี

     สำหรับคำถาม มาค่ายนี้ได้เรียนรู้อะไร น้อง ๆ เยาวชนก้าวย่างฯตอบได้ทันทีว่า มาค่ายครั้งนี้ดีกว่าการสอนเรื่องเอดส์ทั้งหมดที่เคยผ่านมา เช่น น้องคนหนึ่งยกตัวอย่างว่า เคยเล่นกิจกรรมแลกน้ำ ก็รู้ว่า คนที่มีโอกาสติดเชื้อ เพราะไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ติดเชื้อซึ่งดูไม่ออกว่าใตรมีเชื้อ ตอนเล่นกิจกรรมก็เข้าใจแบบกิจกรรม แต่พอมาค่ายนี้ รู้เลยว่านี่คือชีวิตจริง ๆ ที่ไม่ใช่ หรือเล่นกิจกรรมระดับความเสี่ยง ( QQR ) เรียนเสร็จก็รู้ว่า แบบนั้นเสี่ยงแบบนี้ไม่เสี่ยง แต่ก็ยังวิตกกังวลใจ แต่ค่ายนี้บอกเราได้ว่า ชีวิตจริงของเราอยู่กับผู้ติดเชื้อมานานแล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้เท่านั้นเอง ความกังวลใจจึงหายไปหมด

     แต่ที่ผม คิดว่าน้อง ๆ ได้เรียนรู้มากที่สุดก็คือ คำตอบของน้องสองคนที่บอกว่า “ ค่ายนี้ถ้าจะว่าเอาความสนุก ก็อาจจะสู้ค่ายบางค่ายที่เคยผ่านมาไม่ได้ แต่ถ้าจะเอาเรื่องที่ผมได้เรียนรู้จักชีวิตและตัวเอง ค่ายนี้ผมได้มากที่สุดเลย ” และน้องผู้หญิงที่บอกว่า “ อยากให้ครูเลิกฉาย CD เรื่องเอดส์ของวัดแห่งหนึ่ง ที่ชอบเอามาฉายให้นักเรียนดู คิดง่าย ๆ นอกจากจะไม่เกี่ยวกับชีวิตของหนูแล้ว ถ้าเพื่อนหนูที่ติดเชื้อในค่ายนี้มานั่งฟังและดู CD นี้ด้วยกัน ไม่เห็นจะทำให้ดีขึ้นตรงไหนแถมทำให้หมดกำลังใจไปอีก ”

     และที่เด็ดจริง ๆ ก็คือประโยคท่อนจบของน้องที่ว่า “ พี่คะ ใช่แบบนี่หรือเปล่าที่พี่อยากให้หนูเข้าใจ ” เมื่อถามว่าแบบไหนละ น้องตอบว่า “ ก็เรื่อง สิทธิของความเป็นมนุษย์ ”

นี่คือการเรียนรู้เรื่องเอดส์ ที่ในห้องเรียนไม่สามารถตอบสนองได้จริง ๆ

รูปประกอบจาก http://www.ymcabangkok.com/PA 177798. gif

สมวงศ์ อุไรวัฒนา

มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

 
< Prev   Next >