จากกราฟ PCR ณ 11 วัน หรือ ณ 14 วัน เริ่มจับได้ จะเห็นจากกราฟ สีเทาอ่อน เริ่มไต่ระดับ ช่วงเวลาใกล้ๆดังกล่าว เเต่ยังไม่ใช่ปริมาณที่ดีที่สุด
เพราะกราฟจะสูงชัดเจน ช่วง week 3 week 4 หรือ 21-28 วัน ค่าจะสวยเหมาะสมกับ RNA-HIV วิธี PCR
หลังจากนั้น จะเริ่มลดระดับลงมา เเต่ยังไม่หายเป็นศูนย์น่ะครับ เป็นระดับต่ำๆ ที่จะตรวจด้วยการตรวจ Viral load ซึ่งเป็น PCR ชนิด ปริมาณ
วิเคราะห์ เเต่ในกราฟนี้ไม่ได้โชว์ RNA ในช่วงเวลา long term ให้ดูครับ เพราะนี่เเสดงเเค่ช่วง early marker นี่น่าสนใจในเบื้องต้นครับ
2. กราฟสี เทาเเก่ คือ HIV-p24Ag
เป็นโปรตีนจากโครงสร้างของเชื้อไวรัส จากกราฟประมาณ 16 วัน เริ่มจับได้เล็กน้อยครับ เเละช่วงระหว่าง week3- week 4
จะมีค่าสูงที่กระโดด ให้เห็นชัดเจน ช่วงระหว่าง week 3- week 4 เหมาะสมในการตรวจ HIVp24Ag มากที่สุดครับ
จากนั้นค่าจะลดลงในระดับต่ำๆครับ เเต่ไม่ใช่เหลือ ศูนย์น่ะครับ
3. กราฟสีฟ้าอ่อน คือ Anti-HIV ประเภท IgM
เป็นโปรตีนภูมิคุ้มกันของเม้ดเลือดขาวร่างกายคน สร้างขึ้นต่อเชื้อ เมื่อรับเชื้อมาในร่างกายเเล้ว ตัวนี้คือตัวบ่งบอกว่าเราติดเชื้อ นั่นเองครับ
เป็นตัวทดสอบ มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกให้ชัดตัดสินว่าผลเลือดบวกหรือลบต่อไวรัส HIV
ส่วนชนิด IgM คือ เป็น early โปรตีนแอนติบอดี ช่วงติดเชื้อเเรกๆ ติดใหม่ๆ จึงมีการตรวจเจอ เริ่ม ณ 22 วัน เป็นต้นไป
เเล้วเริ่มระดับลดลง
จากนั้น โปรตีนแอนติบอดีชนิดอื่น คือ IgG จะผลิตออกมาเเทน เเละเริ่มไต่ระดับเรื่อยๆ
4. กราฟสีฟ้าเเก่ คือ Anti-HIV ประเภท IgG เเละ Ig อื่นๆ
เป็นโปรตีนเเอนติบอดี ที่สร้างเเล้วจะพบถาวรตลอดชีวิต จนตาย
มีการไต่ระดับต่ำๆ ณ week 4 เเละขึ้นไปเรื่อยๆดังรูปที่เเสดง ซึ่งเวลาที่ 3 เดือนนั้น เหมาะสมอย่างยิ่งในการตัดสิน เพราะค่าจะเข้มข้น
มากพอในการตัดสินว่าผลเลือดบวกหรือผลเลือดลบเเล้ว เหตุนี้จึงใช้เวลา 3 เดือนเป็นมาตรฐานในงานธนาคารเลือดของประเทศไทย
โดยศูนย์บริการเลือด สภากาชาดไทย กำหนดเป็นกฏปฏิบัติ ในผู้บริจาคเลือด จะต้องเสื่ยงเกินระยะ 3 เดือนมา จึงให้บริจาคเลือด
มีที่มาจากเหตุผลจากกราฟนี้ครับ
ข้อสงสัยจากหลายๆท่านเเม้ระยะ 3 เดือนจะชัดเจนเเล้วในการวินิจฉัย เเต่บางท่านก็สงสัยเนื่องจากใจร้อน อยากรู้ว่าเเล้วเวลาก่อน 3 เดือนตรวจได้ไหม ล่ะ
เราบอกว่าได้ครับ เเต่ต้องเป็นการตรวจ anti-HIV ด้วยน้ำยา new generation รุ่นๆใหม่ ที่ออกเเบบทันสมัย จึงจะตรวจได้ โดยได้ตั้งเเต่ ณ 22 วันเป็นต้นไปเเล้ว เเละในเมืองไทยก็ได้ทั้ง2พันธ์คือ HIV-1 เเละ HIV-2
เราจะรู้ได้ยังไง ก็ไม่ยาก ถามเจ้าหน้าที่ว่าใช้ยี่ห้ออะไร ในเอกสารกำกับน้ำยา จะบอกรายละเอียดทางวิชาการให้ห้อง LAB รู้ได้เลย ว่า
น้ำยาของเขา จับได้ดีระดับไหน sen spec เท่าไหร นั่นเองครับ
อีกข้อสงสัยคือน้ำยา ตรวจ HIV-Combo คืออะไรมันคือน้ำยา ที่ตรวจ 2 การทดลองในคราวเดียวกันในหลุมทดสอบเดียวกัน คือ สามารถตรวจทั้ง HIV-Ag และ Anti-HIV ได้เลย
จากรูป ช่วงระหว่าง week3 - week4 โดยประมาณ ช่วงนั้นจะเห็นว่า HIV-Ag กับ Anti-HIV มีค่าระดับอ่อน ๆ น้อยๆ ของทั้งสองอย่าง
สามารถจับได้ ในคราวเดียวกัน น้ำยาบางยี่ห้อ ที่ออกเเบบทันสมัย เเละ update จึงผสานสองอย่างไว้ในการทดสอบเดียว
นับว่ามีประโยชน์มาก ในการตรวจผู้บริจาคเลือด เพราะบางคนไม่รู้ว่า ฉันสร้างอันไหนมาเยอะ อันมาน้อย เพราะช่วงนั้นมันเหลื่อมกันนิดๆหน่อยๆ
น้ำยา Combo จึงเป็นตัวช่วยที่สามารถใช้ได้
โดยอย่างไรก็ตาม หากเกิน 3 เดือน ก็จะยิ่งมั่นใจไปอีก ด้วยน้ำยาCombo ก็ยิ่งจับปริมาณมากๆได้อย่างเเน่นอน
ทีนี้เราจะใช้อะไร เวลาไหนคงต้องนับเวลาเองเเล้วล่ะ เริ่มนับวันเสี่ยงเป็นวันเเรกของกราฟ เเล้วจดเวลาไปเรื่อยๆ นำมาประกอบ
การตัดสินใจไปตรวจ ทางห้อง LAB ได้ทุกคนเเล้วน่ะครับ
